โจ้ สืบศักดิ์ ผันสืบ (ลูกเสิร์ฟ หลังเท้าที่โลกต้องจดจำ)

                  โจ้ สืบศักดิ์  ผันสืบ (ลูกเสิร์ฟ หลังเท้าที่โลกต้องจดจำ)

 

ในช่วงหลายสิบปีก่อนยุคที่ทีมเซปักตะกร้อไทย เริ่มสถาปนาตัวเองเของเอเชียหรือของโลกก็ว่าได้ ช่วงเวลานั้นหนึ่งในขุนพลคนสำคัญของทีม ผู้มีลูกเสิร์ฟหลังเท้าที่ทำให้จดจำไปทั่วโลก คือ “โจ้” สืบศักดิ์ ผันสืบ

กีฬาตะกร้อนั้นถูกบรรจุในเอเชียนเกมส์ครั้งแรกเมื่อปี 1990 ที่ประเทศจีน แน่นอนว่าเป็นกีฬาที่ไทยตั้งความหวัง แต่ต้องอกหักพลาดท่าต่อมาเลเซียไปอย่างน่าเจ็บใจ

ความผิดหวังเกิดขึ้นติดต่อกันในอีก 4 ปีต่อมาที่ฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น ไทยแพ้ต่อมาเลเซียอีกครั้งได้แค่เหรียญเงิน ทำให้ต้องมีการสร้างทีมกันใหม่ โดยตั้งความหวังว่าเอเชียนเกมส์ 1998 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพต้องกลับมาคว้าเหรียญให้ได้ ซึ่งเป็นครั้งแรกของ โจ้ สืบศักดิ์ ผันสืบ ในกีฬาเอเชียนเกมส์ ในครั้งนั้น สอบถามเพิ่มเติมคลิก

 

ด้วยการเป็นทีมที่เป็นการผสมผสานกันระหว่างนักกีฬาตัวเก๋าและดาวรุ่ง บวกกับการเล่นในบ้านในรอบชิงชนะเลิศ โดยทีมชาติไทย ได้เข้าชิงกับ มาเลเซีย แชมป์เก่า สุดท้ายทีมชาติไทยได้ล้างแค้นโค่นมาเลเซียได้สำเร็จ พร้อมกับการแจ้งเกิดอย่างเต็มตัว ของสืบศักดิ์ ผันสืบ

“ในเอเชียนเกมส์ครั้งแรกปี 1998 รอบชิงจัดขึ้นที่อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก ซึ่งข้างในก็บรรจุคนได้ซัก 30,000 คน ในวันนั้นคนเต็มทั้งสนาม เรารู้สึกตื่นเต้นที่มีคนมาดูการแข่งขันเยอะมาก และเราก็ทำได้ดี” พ.ต.ท.สืบศักดิ์ ผันสืบ อดีตนักตะกร้อทีมชาติไทย กล่าว

เหรียญทองในเอเชียนเกมส์ปี 1998 เป็นการจุดประกายต่อยอดให้ไทยกลายเป็นจ้าวแห่งตะกร้อ เพราะหลังจากนั้นไม่เคยพลาดเหรียญทองอีกเลย ทั้งในกีฬาเอเชียนเกมส์หรือซีเกมส์ ขณะที่ผลงานรวมของสืบศักดิ์นั้นได้มาทั้งสิ้น 7 เหรียญทอง จากการลงแข่งเอเชียนเกมส์ 4 ครั้ง สนใจโปรแกรมคลิก

 

9tdihv

ภายหลังเลิกเล่นตะกร้อ สืบศักดิ์เข้ารับราชการตำรวจประจำการอยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรี เขามีมุมมองต่อกีฬาตะกร้อที่ลุ่มลึกมากขึ้น ไม่ได้จำกัดเฉพาะอยู่ที่ความสำเร็จของไทยเท่านั้น แต่อยากเห็นกีฬาตะกร้อได้รับการเผยแพร่นิยมไปทั่วโลก  สนใจข่าวสารตะกร้อคลิก

 

ตะกร้อ

โดยสืบศักดิ์ กล่าวว่า “ถ้าวันหนึ่งตะกร้อไทยจะไม่ได้แชมป์หรือได้แชมป์ต่อไป แต่ตะกร้อได้เป็นที่รู้จักทั่วโลก ผมว่ามันก็เป็นความภาคภูมิใจของคนไทย เพราะเมื่อพูดถึงเซปักตะกร้อก็จะต้องนึกถึงคนไทย ชาติไทย เหมือนเป็นกีฬาที่เราคุ้นเคยกันมานาน ผมว่าตรงจุดนั้นมันน่าจะมีความหมายและมีความสำเร็จในตัวมันที่แท้จริงมากกว่า”

You may have missed